EP.1 Eat Pray Work and Clearaudio Innovation

Clear audio

Innovation Turntable

TT 2 Tonearm

Davinci Phono Cartridge

ของ พี่ อนุชา

จังหวัดลำพูน

 

            จังหวัดลำพูน เดิมชื่อเมืองหริภุญไชย เป็นเมืองโบราณ มีอายุประมาณ 1,343 ปี ตามพงศาวดารโยนกเล่าสืบต่อกันถึงการสร้างเมืองหริภุญไชย โดยฤาษีวาสุเทพ เป็นผู้เกณฑ์พวกเม็งคบุตร หรือ ชนเชื้อชาติมอญมาสร้างเมืองนี้ขึ้น ในพื้นที่ระหว่างแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำกวง และแม่น้ำปิง เมื่อมาสร้างเสร็จได้ส่งทูตไปเชิญ ราชธิดากษัตริย์เมืองละโว้พระนาม “จามเทวี” มาเป็นปฐมกษัตริย์ปกครองเมืองหริภุญไชย สืบราชวงศ์กษัตริย์ ต่อมาหลายพระองค์

      จนกระทั่งถึงสมัยพระยายีบาจึงได้เสียการปกครองให้แก่พ่อขุนเม็งรายมหาราช ผู้รวบรวม แว่นแคว้นทางเหนือเข้าเป็นอาณาจักรล้านนา เมืองลำพูน ถึงแม้ว่า จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรล้านนา แต่ก็ได้เป็นผู้ถ่ายทอดมรดกทางศิลปและวัฒนธรรมให้แก่ผู้ที่เข้ามาปกครอง ดังปรากฏหลักฐานทั่วไปในเวียงกุมกาม เชียงใหม่และเชียงราย เมืองลำพูนจึงยังคงความสำคัญในทางศิลปะและวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนา

      จนกระทั่งสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมืองลำพูนจึงได้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย มีผู้ครองนครสืบต่อกันมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เมื่อเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย คือ พลตรีเจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์ ถึงแก่พิราลัย เมืองลำพูนจึงเปลี่ยนเป็นจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปกครอง สืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

 

 

          เมื่อมีใครสักคนหนึ่ง ที่ไม่เคยรู้จักหรือพูดคุยกันมาก่อน แสดงออกถึงความเชื่อมั่นที่มีให้   ผมถือว่าเป็นความโชคดีและมีความสุขมากๆ ที่ได้รับเกียรติเช่นนั้น

      "  คุณพิทักษ์ มีเวลาว่างเมื่อไร มาเที่ยวลำพูนบ้างนะครับ " .... นี่ไม่ใช่แค่คำเชิญ แต่ล้วนแฝงไปด้วยความเชื่อมั่น ศรัทธา และ ความคาดหวัง

      ทริปการเดินทางจึงได้เริ่มขื้นอีก 2 เดือนหลังจากนั้น

      โจทย์ก็คือ

                    เครื่องเล่นแผ่นเสียง  Clearaudio รุ่น Innovation

                    โทนอาร์ม                 Clearaudio รุน TT2 Tangental

                    หัวเข็ม                     Clearaudio รุ่น Davinci

 

      จองโรงแรม.....เช็คสภาพรถ พร้อมเดินทาง

 

 

      เมื่อต้องเดินทางออกต่างจังหวัดระยะไกลๆ  ผมชอบช่วงเวลาระหว่างตี 2 ถึง ตี 5 เพราะเป็นเวลาที่มีรถน้อย การจราจรคล่องตัว อากาศก็ดี   ...ที่พักริมทาง หลังออกจากด่านงามวงศ์วานจะเป็นจุดสตาร์ทที่เลือกใช้เป็นประจำ.... มีแค่เหตุผลเดียวเลยก็คือ ที่นี่ร้านกาแฟเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

 

      ในค่ำคืนที่อากาศกำลังสบายๆ 25 องศา C   ... วันนี้ 14 ม.ค 2566 วันเด็กแห่งชาติ คงเป็นวันที่เด็กๆส่วนใหญ่รอคอยอย่างมีความสุข ที่จะได้รับเป็นคนพิเศษ 1 ครั้งในแต่ละปี....แต่ก็เจ็ปแปล๊บในหัวใจขื้นมาเมื่อนึกขื้นได้ว่า ก็คงเป็นวันที่เศร้ากว่าวันธรรมดาของเด็กอีกกลุ่มหนึ่งในสังคมนี้เช่นกัน

      น้ำมันเต็มถัง...อเมริกาโนร้อนๆ...วาฟเฟิลอุนนุ่ม1 ชิ้น ... รอเวลา 03.00 น ล้อหมุน พร้อมเปิดคลื่น FM99 บรรยายสด ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 20 แอสตันวิลลา เปิดสนามรับการมาเยือนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด    ทริปนี้ตั้งใจทำตามกฏจราจรทุกอย่าง ล็อกความเร็วไว้ที่ 118 กม / ชม ...มือขวาจับพวงมาลัย มือซ้ายหยิบวาฟเฟิลอุ่นๆ เข้าปาก ตามด้วยกาแฟ 1 จิบ

...จริงๆแล้วความสุขมันก็หาง่ายๆแค่นี้เอง ...

     วิ่งมาได้แค่ 2 กม. แอสตันวิลล่าทำประตูขื้นนำ 1-0 แค่นาทีที่ 2 เท่านั้นเอง

 

 

      ผ่านอุทยานมหาราช เห็นรูปเหมือนหลวงปู่ทวดทางซ้ายมือแต่ไกล จะหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปก็ไม่ปลอดภัย...นัยว่าเป็นรูปเหมือนพระสงฆ์ที่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ตอนกลางคืนเจอแสงไฟที่ส่องไปกระทบ โดดเด่นมาก ให้ความรู้สึกผสมปนเป ทั้งความน่าศรัทธา น่าเกรมขาม และน่าสพรึงกลัวไปในคราวเดียวกัน...อิทธิพลของแสงและเงามีผลต่ออารมณ์ได้มากมายขนาดนั้น...

   ขนมหมด กาแฟเริ่มเย็น แอสตันวิลล่าทำประตูขื้นนำ 2-0 ในนาทีที่  64...ขับผ่านอินท์บุรี ลีดส์ยิงประตูตีตื้นเป็น 2-1 จบเกมส์ แอสตันวิลล่าเฉือนชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 2-1 แอบเชียร์วิลล่าอยู่นิดๆ เหมือนกัน เพราะมี คูตินโย เด็กเก่าลิเวอร์พูลเล่นอยู่่ในทีมนี้...ตี 3 คืนนี้รอเชียร์ทีมรัก หงส์แดง ยังแปลกใจว่า วันนี้คลื่น FM 99 รับได้ไกลถึง กม.ที่ 200 เพราะปกติแค่อยุธยาก็ฟังไม่ได้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

       ขับรวดเดียวมาฟ้าสางที่กำแพงเพชร 06.35 น ดูเลขไมล์ที่หน้าปัด 357.9 กม เฉลี่ยความเร็วได้ ประมาณ 100 กม / ชม ...แวะเข้าห้องน้ำ อากาศเย็นสบายดีจัง 17 องศา C

    โถฉี่ห้องน้ำชายตามปั๊มน้ำมันของบ้านเราดูเหมือนจะเป็นรูปแบบเดียวกันแทบทั้งหมด หันหน้าเข้าโถฉี่ ส่วนด้านหลังก็เป็น ทุ่งนาบ้าง เป็นบ้านเรือนบ้าง อย่างดีหน่อยก็มีรั้วต้นไม้บังให้นิดหน่อย บางครั้งก็จะมีแม่บ้านมากวาดถูพื้น คือสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด  เวลาทำธุระหน้าก็ต้องมองตรงไปข้างหน้า เพราะถ้าหันซ้ายขวาก็จะเจอขนาดเปรียบเทียบ...อาจทำให้ตัวเองเกิดปมด้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ... และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ตู้กด ขายถุงยางอนามัย

     ยังมีข้อสงสัยในใจอยู่ตลอดมา...อายุจนปูนนี้แล้วยังไม่เคยเห็นห้องน้ำหญิงจริงๆซักที ...บางครั้งก็อยากจะขอเข้าไปดู แต่กลัวว่าจะถูกมองเป็นพวกโรคจิตวิตรถาร

 

      คุณเต้ ลูกค้าเก่าแก่ของผมคนหนึ่ง ชอบขับมอเตอร์ไซด์ท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ คือใช้รถมาแล้วเกือบทุกประเภท ทั้ง สปอร์ต  ทัวร์รี่ง  เน็คเก็ด  ชอปเปอร์...เคยบอกกับผมว่า แอมป์ Mcintosh ก็เปรียบเสมือน มอเตอร์ไซด์ Harley Davidson ถึงจะไม่รวดเร็วปรู๊ดปร๊าดเหมือนประเภทอื่น ถึงจะไม่สะดวกสบายเหมือนคันอื่นๆ...แต่ในชีวิตนี้ ก็ขอให้ได้เป็นเป็นเจ้าของสักครั้งก็เพียงพอแล้ว...Mcintosh ก็เช่นเดียวกัน

 

     เหตที่ทำให้กล่าวถึง Mcintosh กับ Harley Davidson ก็เพราะตอนโผล่ออกจากปั๊มน้ำมัน ก็มีพวกพี่ ๆ 3 คันขับผ่านหน้าไปเห็นๆ ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า...มันเท่ห์จริงๆ  ขอผิดวินัยจราจรนิดหนึ่งเหยียบเกิน 160 แป๊ปเดียวก็ทัน เห็นหลังเสื้อเขียนว่า PROBATIONARY ก็ไม่รู้ความหมายที่แท้จริงว่าคืออะไร...เห็นของพวกนี้แล้วช่างมีเสน่ห์ ไม่อยากขับแซง ขอเป็นผู้คุ้มกันด้านหลังให้ไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน

   แต่ก็ขอชื่นชม ทั้ง 3 คัน รักษาความเร็วกันได้มีวินัยมาก ไม่เคยเกิน 120 กม/ชมเลย

 

 

 

     ช่วงเวลา 07.00 -09.00 น เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายมากที่สุด แสงกำลังอบอุ่น และมีทิศทางองศาที่กำลังดี เงากับลำแสงที่ส่องผ่านแมกไม้สองข้างทาง ทำให้ดูมีมิติ 

 

 

 

 

 

        ขับตามมาแบบสบายๆ อากาศนอกตัวรถยังแค่ 20 องศาอยู่เลย แม้จะแดดจัดก็ตาม ผ่อนคลายด้วยอัลบั้มบันทึกคนสู้ชีวิต ของ ไมค์ ภิรมย์พร ชอบ ... ส่วนใหญ่เพลงของพี่ไมค์ ชีวิตมันช่างขมขื่นเสียเหลือเกิน ต้องต่อสู้ดิ้นรนจากความลำบากยากจน...แต่ก็จะมีคนรักคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ...เปรียบเทียบเพลงลูกทุ่งยุคก่อนๆ จะกล่าวถึงท้องนา กองฟาง และควายเขาตู้ แต่ยุคนี้เปลี่ยนไป เป็น...บ้านเช่า กับ สาวโรงงาน...จบแค่สองเพลง กลัวชีวิตจะหดหู่ไปมากกว่านี้ เปลี่ยนเป็นแนวคันทรี่ของ Alan Jackson ชุดนี้เหมาะกับการเดินทาง จังหวะจะโคนเพลิดเพลิน ขับรถสนุก

      เนื่องจากเป็นรถเวอร์ชั่นเก่า ยังต้องฟังเพลงจากเครื่องเล่น CD changer ...ก่อนออกเดินทางครั้งนี้ ก็เลือกมา 6 อัลบั้ม ที่ค่อนข้างหลากหลาย

     1.บันทึกคนสู้ชีวิต /ไมค์ ภิรมย์พร

    2.Unforgettable /with love Natale Cole

    3.อีกครึ่งของฝัน /ไม้เมือง

    4.The Greates hits Collection / Alan Jackson

    5.Still loving you / Scorpions

    6.Tribute to The great King / David Chesky

        ในทุกการเดินทางก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆไม่ค่อยซ้ำ แต่ยกเว้น Tribute to The great King ของ David Chesky ที่ต้องติดไปด้วยทุกครั้ง ไม่มีเบื่อ

       

       ใกล้จะถึง อ.เถิน พวกพี่ๆ ตบไฟเลี้ยวซ้ายแวะปั๊มน้ำมัน  ขับตามมาเกือบร้อยกิโล ชักเริ่มเบื่อ ก็ถือโอกาสโบกมือลา แยกทางกันตรงนี้ก็แล้วกัน

    

 

     ก่อนออกเดินทาง ตั้งใจไว้แล้วว่าจะมาแวะร้าน โกแดง กินลาบหมูคั่วเป็นมื้อเช้าที่เถิน แต่ดันขับเลยร้านมาเฉยๆ ก็ไม่เป็นไร ไปมื้อแรกที่ลำพูนก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

      ยุคก่อนๆ จำได้ว่ารถเกือบทุกคันที่ขับผ่านศาลเจ้าพ่อขุนตาน  จะต้องบีบแตรคล้ายๆแสดงความเคารพ ตามความเชื่อต่อๆกันมา แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เพราะห้ามเสียงรบกวน 

 

 

 

 

 

 

 

      แยกจากถนนหลักหมายเลข 1 เข้าตัวเมืองลำพูนข้ามสพานทางแยก น่าจะพึ่งสร้างเสร็จ ขับมาเพลิน ๆ ตอนลงสะพาน  เหยียบเบรคแทบไม่ทัน  น่าจะเป็นอุบัติเหตุสดๆร้อนๆ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ เห็นผ่านๆเป็นวัยรุ่นชาย ดูสภาพแล้วคงเสียชีวิตข้างๆมีรถจักรยานยนต์และอีกคันคงเป็นรถยนต์คู่กรณี  ...ขอให้ไปสู่ที่สุขคตินะครับ  แว๊ปแรกพอถึงก็ใจไม่ดีเลย

 

         10.30 น.ถึงตัวเมืองลำพูน ขับรถชมเมืองจนทั่ว ก่อนเริ่มงาน

 

      พี่อนุชาเป็นนักดนตรีเก่า ฟังดนตรีจริง เสียงจริง มาทั้งชีวิต จึงมีความได้เปรียบในฐานะคนเล่นเครื่องเสียง เพราะมีหูตนเองเป็นพื้นฐานสำหรับอ้างอิงเปรียบเทียบ...เสียงแรกที่ได้ทดลองฟัง จึงค่อนข้างสมบูรณ์แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย

      และที่สนุกกว่านั้น เป็นครอบครัวที่ชอบฟังเพลง พ่อลูกเล่นด้วยกัน...คุณโบ๊ตลูกชายเพียงคนเดียวใช้ Linn LP 12 โทนอาร์ม Ittok LV ll หัวเข็ม Hana SL ซึ่งได้คุณ ประภาส สุธาอรรถ เจ้าของร้าน 33 Turntable Service เป็นผู้ดูแลเซ็ตอัพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        จริงๆแล้วงานหลักของคุณ ประภาส คือ สถาปนิก ของ สตูดิโอ Destroy Dirty Thing ด้วยความรักแผ่นเสียง จึงเปิดร้านเล็กๆ แต่มีเสน่ห์ เป็นงานอดิเรกอยู่แถวๆ ซอย พระสิงห์ อ.เมือง เชียงใหม่ ...กำลังพาลูกไปงานวันเด็ก พอรู้ว่าผมอยู่ลำพูนก็ทิ้งลูกทิ้งเมียมาเลย... ผมกับคุณประภาสได้เจอกันเป็นครั้งแรก แต่เสมือนชิดเชื้อผูกพันกันเป็นพิเศษ เพราะก่อนนี้ได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์มากว่า 2 ปีแล้ว

       คุณประภาสเป็นคนมีฝีมือ ที่ถ่อมตน เป็นศิลปินไม่ใช่พ่อค้า และที่สำคัญเป็นแก้วน้ำที่ยังไม่เต็ม ยังเปิดกว้างที่จะรับความเห็นและความรู้ที่แตกต่าง ...ผมจึงมีความเห็นว่าการเล่นเครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การเซอร์วิสจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าใครในแถบภาคเหนือตอนบนมีปัญหาเกี่ยวกับเทิร์นเทเบิล ก็ไปปรึกษาคุณประภาสได้เลยครับ ดีกว่ารอเซอร์วิสที่ชักช้าไม่ทันใจจากคนกรุงเทพ

      

 

       ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ เนื่องจาก Input phono  ของปรีแอมป์มีสองช่อง MM กับ MC เพื่อสะดวกในการเล่น 2 เครื่องพร้อมกันโดยที่ไม่ต้องไปถอดสายเข้าออกหลังเครื่องให้ยุ่งยาก แทนที่จะใช้หัว MC ทั้งคู่ ก็ให้เปลี่ยนหัว MM ติด Linn LP 12 แทน Hana SL ไปเลยดีกว่า และพอดีคุณอนุชา มีหัว Shure V15 Type lll อยู่แล้ว จึงรับอาสาเปลี่ยนให้ ...แค่รับหัวเข็มมาแล้วเปิดการ์ดเพื่อจะเช็คดูปลายเข็มเท่านั้นแหละ... ทันใดนั้นค่าน้ำมันรถของผมก็ปลิวหายไปในพริบตา... ก้านเข็มหักติดมือออกมาเลย สำหรับคุณอนุชาเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาแต่ที่น่าเสียดายก็คือเป็นปลายเข็มแท้ที่หาซื้อไม่ง่าย  ก็เลยต้องขอรับผิดชอบเอามาเป็นสมบัติส่วนตัวไว้ก่อน หาปลายได้เมื่อไรค่อยว่ากันนะครับ

      ....ยังคิดอยู่ในใจว่าอันตัวกู อุตส่าห์ขับรถมาตั้งหกร้อยกว่ากิโล เพื่อมาทำหัวเข็มที่พี่เขาเก็บมาตั้งนานหักนี่นะ ประมาทจริงๆเลยเรา ....ก็เลยต้องติดหัวอื่นแทนไปก่อน   Ortofon 2 M Bronze ตอนแรกพี่เขากลัวว่าเสียงจะบาง เมื่อเซ็ตอัพเรียบร้อยแล้ว เสียงดีเลย มีเนื้อ เวที รายละเอียดเพียงพอ ถ้าเบิร์นอีก 50 ชม.ก็จะผ่อนคลายขื้นไปอีก รอดไปแล้วตัวหนึ่ง

 

 

      Clear audio Innovation เป็นรองก็แค่ Master Innovation และ Statement เท่านั้น เมื่อจับคู่กับโทนอาร์ม Clear audio TT2  Tangentail สวยมาก  กระทัดรัด   ลงตัว  พอดิบพอดี  ในจำนวนโทนอาร์มลีเนียร์ ของ Clear audio ผมว่า TT2 ดีไซน์ได้สวยงามที่สุดตัวหนึ่ง

      Innovation

      เป็นเครื่องประเภท non suspension แต่ใช้วิธีสลายพลังงานโดย การดีไซน์รูปทรงโค้งเว้ารูปสามเหลี่ยม และตัวปริ้นส์ที่ผลิตขื้นจากวัสดุที่แตกต่างกันเป็นเลเยอร์ระหว่างไม้กับอลูมิเนียม

      ขับเคลื่อนด้วยระบบ belt drive โดยผ่านมอเตอร์ high torque 24 V DC ควบคุมรอบด้วยระบบ OSC optical speed control

      3 speeds   ..... 33.33 / 45 / 78 RPM......adjustable

 

      TT 2

      ประเภทอาร์ม Linear หรือ Tangential Tonearm วัสดุผสมระหว่าง Aluminium, Stainless ,Glass น้ำหนักรวม 2 kg รับหัวเข็มน้ำหนัก 5.5- 15 g

 

      Da Vinci V2

      MC 0.5 mV / Impedanc 50 ohm คอยล์ทำจากทองคำ 24 Carat, บอดี้อลูมิเนียม โค๊ดด้วย เซรามิก

      Tracking force = 2.8 g

      Weight = 6.8 g

 

     ข้อควรระวังของการเซ็ตอาร์มประเภทนี้ก็คือ การบาล๊านส์หรือระดับน้ำของตัวแท่นเครื่องกับโทนอาร์มต้องเที่ยงตรงให้มากที่สุด ....คือระยะห่างระหว่างแพล็ตเตอร์กับก้านอาร์มจากต้นแผ่นจนถึงร่องสุดท้ายของแผ่น ต้องเท่ากัน เพราะบางทีเราไปดูระดับน้ำที่อาร์มแล้วมันได้ แต่ที่แท่นเครื่องไม่ได้ตรวจสอบ ทำให้ความบาล๊านส์ระหว่างอาร์มกับแพล็ตเตอร์ไม่เท่ากันจากขอบนอกไปถึง Spindle....สายโทนอาร์มที่ยื่นออกมาต้องฟรีที่สุด ไม่ตึงหรือรั้ง การเดินทางของก้านอาร์...และถ้าเลือกได้ควรใช้หัวเข็มของ Clear audio เพราะการออกแบบหัวเข็มที่มี Tracking force 2.8 g ของหัวเข็ม Clear audio เกือบทุกรุ่น จะมีแรงกดที่เพียงพอในร่องของแผ่นเสียงให้สามารถนำพาก้านอาร์มให้แทรคกิ้งได้อย่างไหลลื่นไม่สดุด

 

      เนื่องจากเครื่องชุดนี้พึ่งได้มา จึงยังไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งยังขาดชิ้นส่วนของโทนอาร์มอีก 2 จุด การมาเซ็ตอัพในครั้งนี้จึงยังไม่ได้ผลลัพท์ที่สมบูรณ์แบบเต็มที่ ซึ่งก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะกลับมา finetune ให้อีกครั้ง

     และเมื่อช่วยกันเซ็ตอัพจนแล้วเสร็จ เสียงก็เป็นที่น่าพอใจ ค่อนข้างดีเลย เนื่องจากทั้งตัวเทิร์น โทนอาร์ม และหัวเข็ม ทั้งสามส่วนก็จัดว่าอยู่ในคุณภาพระดับสูงอยู่แล้ว...Clear audio ไม่ว่าจะเป็นตัวแท่น โทนอาร์ม หรือ หัวเข็ม จะมีบุคลิคพิเศษตรงที่ให้รายละเอียดมาก แค่พยามยามเซ็ตให้มีเนื้อขื้นเท่านั้นก็จะฟังได้ดี

    

      การที่คุณอนุชาเป็นคนเล่นเครื่องเสียงมานาน ฟังเป็น และมีความรู้ในเรื่องของการเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพง การแมทชิ่งซิสเต็ม จึงเป็นการเล่นที่ไม่หลงทาง แม้ซิสเต็มจะไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็ให้เสียงที่น่าพอใจ ดีกว่าซิสเต็มใหญ่ๆ ของบางห้องเสียอีก

      ซึ่งของที่คุณอนุชาทำไว้มันดีอยู่แล้ว ตัวผมเองแค่มาเต็มเต็มความมั่นใจให้แค่นั้นเอง

 

 

 

 

 

 

 

      ส่วนตัวไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า ทั้งตัวผม คุณประภาส และ น้องโบ๊ต ต่างก็เป็นลูกช้าง มช.เหมือนกัน ต่างกันตามวาระเท่านั้นเอง ....ด้วยความเป็นเลือดสถาบันนิยมหรือเปล่าไม่รู้ จึงมีความรู้สึกสนิทสนม เป็นพี่เป็นน้องกันง่ายขื้น ค่ำวันนี้จึงหมดเบียร์ไปหลายขวด จริงๆแล้วอยากจะนั่งต่อ แต่ร้านถึงเวลาปิดเสียก่อนจึงต้องแยกย้ายกันพักผ่อน เสียดายลืมถ่ายรูปไว้ดู 

 

 

 

 

      เช็คอินเกือบ 4 ทุ่ม โรงแรม จามาเดวี นอนแช่น้ำอุ่นแล้วค่อยสดชื่น  พอกระปรี้กระเปร่า ก็เกิดอาการอยากท่องราตรี มาลำพูนทั้งที จะมัวมานอนก็กระไรอยู่ และ ถือโอกาสฆ่าเวลา ต้องรอดูลิเวอร์พูลทีมรักเตะคืนนี้ตี 3 อีกด้วย...เปิดถามกูเกิล หาผับ บาร์ ที่มีดนตรีสด ได้หลายที่เหมือนกัน แต่พอไปถึงจริงๆ โผล่หน้าเข้าไป ทั้งบรรยากาศและแขกที่มาเที่ยว ... เขาไม่ได้มีไว้สำหรับชายไทยที่รับเบี้ยคนชราอย่างเราแล้วจริงๆ ...ไม่ใช่ไม่กล้า แต่เป็นความละอายตัวเองมากกว่า อาจจะทำให้เด็กๆ เขาเสียบรรยากาศกันเปล่าๆ  ยังคิดถึงป้าที่บ้าน ถ้ามาด้วยกันก็คงจะมีเพื่อนนั่ง...วนดูอยู่หลายที่ก็เหมือนๆ กันหมด ...หรือจะไปเชียงใหม่ดีแค่ 20 กิโลเอง เหมือนคนอารมณ์ค้าง ...แต่แล้วธรรมะก็ชนะดนตรีสด หาอะไรกินนิดหน่อย แล้วกลับไปนอนรอดูฟุตบอลดีกว่า

 

      กว่าฟุตบอลจะจบก็เกือบตีห้า แถมทีมรักเล่นกันเหมือนฟุตบอล อบต. โดนทีมรองบ่อนอย่าง ไบรท์ตัน กระซวกไป 0-3 ...เล่นเอาตาค้าง นาฬิกาบอก 6 โมงเช้ายังไม่อาจหลับได้ เผลอตอนไหนก็ไม่รู้ตื่นอีกทีเกือบ 10 โมง...ไม่ใช่เสียดาย Breakfast แต่เสียดายอดเดินตลาดเช้า...เป็นธรรมเนียมที่ว่าอยากรู้การกินอยู่ และวัฒนธรรมท้องถิ่นไหนเป็นอย่างไร ก็ให้ไปดูตลาดสดตอนเช้าๆ

 

 

      เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสพักนอนที่ลำพูน เพราะก่อนหน้านั้นถ้ามาทำธุระลำพูน ก็จะเลยไปนอนเชียงใหม่  จริงๆแล้วคุณอนุชาจะเตรียมที่พักไว้ให้ แต่ก็คิดว่าอย่ารบกวนพี่เขาเลยจะดีกว่า...ตอนจองโรงแรมก็เลือกดูทางอินเทอร์เน็ต โปรไฟล์ของโรงแรมทำไว้สวยดี ราคาก็ไม่แพง แค่ 2,300 บาท พอมาเห็นด้านนอกตัวโรงแรมแอบผิดหวังเล็กน้อย เพราะดูไม่เหมือนในโปรไฟล์...แต่พอเข้าไปข้างในจริงๆตั้งแต่ล็อบบี้ถึงห้องนอน ดูดีเกินราคา... การตกแต่ง สุขภันท์ รวมถึงรสนิยม เป็น รร.เล็กๆที่ อยู่ในระดับเดียวกันกับโรงแรม 4 ดาว หรือ 5 ดาวของบางโรงแรมด้วยซ้ำ ความเป็นส่วนตัวก็ค่อนข้างดี  ประทับใจมากกับราคาที่จ่ายไป

 

        ที่ตั้ง : โรงแรมจามาเดวี 80 ซอย 4 ถนนจามเทวี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

      ฤดูกาลที่แล้ว ลากกระเป๋าใบนี้ไปที่ไหน ก็สามารถทำหน้าเชิดๆอกผายไหล่ผึ่ง ...แต่ปีนี้ก็ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ทำตัวลีบ  ...วันนี้ตารางคะแนน ลิเวอร์พูลตกไปอยู่อันดับที่ 9 แข่ง 19 นัด มีแค่ 29 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง อาร์เซนอลถึง 21 คะแนน...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขื้นกับทีมที่เคยลุ้น 4 แชมป์ ในฤดูกาลที่แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          เช็คเอาท์ 11.30 น. มื้อเช้าคิดไว้แล้วต้องไปซ้ำที่เดิมให้หายอยาก ... เมื่อคืนพี่อนุชาพาไปกินร้าน..ร้านดาวคะนอง..สั่งอาหารมาเยอะมาก ...คุยกับคุณประภาสไว้ว่า เสียดายในยุคโควิด เวลากินด้วยกันต้องใช้ช้อนกลาง ใช้มือก็ไม่ได้ ...กินลาบควายให้อร่อยก็ต้องใช้มือปั้นข้าวเหนียวจิ้มเนื้อลาบเข้าปาก มันถึงจะได้ฟิลลิ่ง ... ก็เลยต้องมาซ้ำอีกที  สั่งลาบควายดิบ พร้อมผักไผ่ ,แกงเลียงผักหวานปลาแห้ง, น้ำพริกหนุ่มผักต้ม อยากสั่งมากกว่านี้ ถ้ากินไม่หมดกลัวเสียมรรยาท...สรุปแล้วมาลำพูน 1 วัน 1 คืน กินลาบดิบไป 3 จาน...จำไม่ได้แล้วว่ากินลาบดิบครั้งสุดท้ายตั้งแต่เมื่อไร อย่างน้อยๆต้องมี 10 ปีขื้นไป เพื่อนๆคนเมือง ในสมัยเรียนด้วยกัน ก็เลิกกินลาบดิบกันหมดแล้วเพราะแก่ตัวลงก็เป็นห่วงสุขภาพกันหมด...ก็ไม่รู้ว่าอะไรถูกต้องระหว่างอดกินของชอบ แลกกับอายุยืนยาว ...แต่ใครจะไปรู้ พรุ่งนี้เดินๆไปอาจถูกอุกาบาศหล่นลงมาทับตาย...

... ส่วนใหญ่แล้วใครที่ไม่ค่อยกลัวอะไร ก็เพราะไม่ค่อยมีกะตังค์  แต่คนมีเงินกลัวตาย เพราะกลัวไม่ได้อยู่ใช้ตังค์...

 

...พอพูดถึงประเพณีและวัฒนธรรม  สมัยปู่ย่าตายาย กินหมาก นุ่งโจงกระเบน  ผู้นำประเทศเราในยุคจอมพลสมัยนั้น พอได้ไปรู้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของชาติตะวันตก ก็ไม่รู้ไปกระตุกต่อมอะไร กลับมาด้อยค่าตัวเอง หาว่านุ่งโจงกระเบน และการเคี้ยวหมาก ใช้มือเปิบข้าว เป็นพวกป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม ล้าหลังไม่ทันสมัย ให้มานิยมนุ่งกางเกง ใส่หมวกเหมือนพวกฝรั่ง ....การปรับตัวและพัฒนาแม้จะเป็นเรื่องดี แต่ก็ไม่ควรลืมรากเหง้า...และแนวคิดที่ขาดความภาคภูมิใจในตัวเองกันแบบนี้ได้ถ่ายทอดเป็นดีเอนเอของพวกเรามาถึงปัจจุบัน จนเหมือนเป็นคนไร้ราก อะไรๆที่เป็นของไทย ที่ผลิตโดยคนไทย จึงไม่ค่อยได้รับการยอมรับในหมู่พวกเดียวกันเอง....ลองดูประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง ที่มีความอณุรักษ์นิยมอย่างสุดเหวี่ยง ไปพร้อมๆกับการพัฒนาได้อย่างกลมกลืน...ยังมีความภาคภูมิใจในชุด กิโมโน  ยังมีความภูมิใจในชาติพันธ์และสำเนียงภาษาของตนเอง ยังภูมิใจในวิถีซามูไร และเก็บอณุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามและทรงคุณค่าเหล่านั้น มาเป็นจุดแข็ง และจุดขายให้กับประเทศของตัวเอง

        ... ผู้ไร้วัฒนธรรม ก็เฉกเช่นเดียวกันกับ ผู้ไร้รสนิยม...

        กินข้าวเหนียวใช้มือไม่ใช่ไม่สุภาพแต่มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมการกิน กินก๋วยเตี๋ยวก็ต้องใช้ตะเกียบ กินสเต็กก็ต้องใช้มีดกับซ่อม เป็นเด็กพบปะผู้ใหญ่ก็ควรนอบน้อม  ไปงานศพก็ควรแต่งตัวให้สุภาพ ขับรถก็ไม่ควรสวนเลน ลูกก็ควรกตัญญูตอบแทนบุญคุณเลี้ยงดูพ่อแม่  บิดามารดาก็ต้องอบรมเลี้ยงดูบุตรหลานให้มีคุณภาพไม่ให้ไปเบียดเบียนผู้อื่นให้ต้องเดือดร้อน...นักการเมืองและตำรวจก็ต้องดูแลประชาชน ไม่ใช่เป็นโจรเสียเอง ฯลฯ....ทุกๆอย่างมันคือหน้าที่ ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม ไม่ใช่เรื่องของความรวยความจน ไม่ใช่เรื่องของความเท่าเทียม ไม่ใช่เรื่องของโบราณ หรือทันสมัย...แต่มันบ่งบอกถึงรสนิยมและความศิวิไล ของผู้คนในสังคมนั้นๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           ตั้งใจว่าก่อนกลับต้องไปไหว้ พระธาตุหิริภุญชัย.... แต่ถ้ามาลำพูนแล้วไม่แวะไปหา อาจารย์ต้องน้อยใจแน่ๆ...พี่มงคลเป็นราชการครูเกษียนราชการมาหลายปี เป็นลูกค้ามากว่า 10 ปี เล่นเครื่องเสียงมานานตั้งแต่ยุคลำโพง cellestion 700 ปัจจุบันก็ยังเก็บไว้เป็น Refference ถึงแม้จะเป็นชุดเล็กๆ ห้องฟังก็ธรรมดา แต่ชุดนี้ก็เสียงดี ตอนแรกก็คิดจะมาปรับจูนเครื่องให้ใหม่ แต่เมื่อได้ฟังเสียง... ถ้ามันดีอยู่แล้วก็อย่าไปยุ่งเลยดีกว่า เดี๋ยวจะเละ

      อาจารย์เป็นคนทนุถนอมเครื่องมาก ทุกครั้งที่จับเครื่องก็ต้องใช้ผ้าเช็ด เล่นแล้วก็ต้องคลุมกันฝุ่นไว้ทุกครั้ง ...เลยไม่กล้าไปแตะต้องเครื่องอาจารย์ ถ้าใครซื้อมือสองชุดนี้ไป รับรองสภาพดีแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

         มาถึงวัดพระธาตุหิริภุญชัย วรมหาวิหาร บ่าย 2 พอดี ที่จอดรถพอมีหาไม่ยาก นักท่องเที่ยวก็พอสมควร ต่างชาติก็มีให้เห็น...เป็นครั้งที่ 3 ที่มีโอกาสมากราบไหว้พระบรมธาตุ เป็นวัดที่ดูแลอย่างดีมาก สะอาด ร่มเย็น และยังไม่เป็นพุทธพาณิชย์มากเกินไปเหมือนบางวัดแถวอยุธยา

      มีรายละเอียดเยอะมากเดินดูไม่เบื่อ อาจเป็นเพราะอากาศก็เย็นสบาย ถ้าจะซึมซาบให้ทั่วคงต้องใช้เวลาเป็นวันๆ

 

 

 

 

              วัดพระธาตุหริภุญไชยวรมหาวิหาร เป็นปูชนียสถานสำคัญในภาคเหนือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองลำพูนมาอย่างยาวนานตั้งอดีตนับเวลามากกว่าพันปี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ ถนนอัฏฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทาง ทิศตะวันออก นอกจากนั้นยังเป็นองค์พระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปี ระกาพระบรมธาตุหริภุญไชย ภายในบรรจุพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ ประดิษฐานในพระเจดีย์ ประกอบด้วยฐานปัทม์ แบบฐานบัวลูกแก้ว ย่อเก็จ ต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลมสามชั้น ตั้งรับองค์ระฆังกลม บัลลังก์ย่อเหลี่ยม สูง 25 วา 2 ศอก ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ มีสัตติ- บัญชร (รั้วเหล็กและทองเหลือง) 2 ชั้น สำเภาทอง ประดิษฐานอยู่ประจำรั้วชั้นนอกทั้งทิศเหนือ และทิศใต้ มีซุ้มกุมภัณฑ์ และฉัตรประจำสี่มุม และหอคอยประจำทุกด้านรวม 4 หอ บรรจุพระพุทธรูป นั่งทุกหอ นอกจากนี้ยังมีโคมประทีป และแท่นบูชาก่อประจำไว้เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป  

 

       วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เดิมทีเป็นพระราชวังของพระเจ้าอทิตยราชกษัตริย์ผู้ครอง นครหริภุญชัย องค์ที่ ๓๓ ต่อจาก พระนางจามเทวี ปฐมบรมกษัตริย์ของเมืองหริภุญชัย บริเวณกำแพงพระราชวังของพระเจ้าอาทิตยราชได้แบ่งออกเป็น ๒ ชั้น คือ ชั้นนอกและชั้นใน ในกาลต่อมาภายหลังพระเจ้าอาทิตยราช ได้ถวายราชวังของพระองค์ให้เป็นสังฆารามไว้กับทางพระพุทธศาสนาเมื่อถวายเป็นสังฆารามแล้ว ได้รื้อกำแพงชั้นนอกออกแล้วปั้นสิงห์คู่หนึ่งไว้ที่ซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก เป็นสิงห์ขนาดใหญ่ประดับเครื่องทรงยืนอ้าปากประดิษฐานไว้แทน ตามคติโบราณทางเหนือซึ่งนิยมสร้างสิงห์เฝ้าวัด วัดพระธาตุหริภุญชัย จึงมีกำแพงสองชั้นตามรูปลักษณ์ของพระราชวังเดิมของพระเจ้าอาทิตยราช คือ รอบบริเวณวัดชั้นนอกชั้นหนึ่ง และก่อกำแพงเป็นศาลาบาตรรอบองค์พระธาตุหริภุญชัยเป็นกำแพงชั้นในอีกชั้นหนึ่ง 

 

         วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูนมีถนนล้อมรอบสี่ด้าน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 มีสิ่งที่น่าสนใจคือ ซุ้มประตูซึ่ง ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็น ชั้น ๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่นสูงประมาณ 1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นใน สมัยพระ เจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆารามวิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้วจะเห็นวิหารหลังใหญ่ เรียกว่า วิหารหลวง เป็นวิหารหลัง ใหญ่มีพระระเบียงรอบด้านและมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2466

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        อยากอยู่ที่นี่นานๆ เพราะร่มเย็นและสงบ แต่มีเวลาไม่มากพอ โปรแกรมว่าจะไปแวะศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่ลำปาง  เดินทางออกจากวัดเวลา 15.15 น เลขไมล์หน้ารถบอกว่า วิ่งมาแล้ว 697.5 km น้ำมันยังเหลือถึงลำปางสบายๆ น้ำมันเต็มถัง ทำระยะทางได้ 800 กม.เฉลี่ย 10 โล / ลิตร อุณหภูมิ ตอนบ่ายสาม 27 องศา C

 

 

          เส้นทางลำพูน-ลำปาง แวะซื้อส้มสายน้ำผึ้งที่มีขายข้างทางเป็นระยะๆ  แวะซื้อกระถางต้นไม้เครื่องเคลือบดินเผาไปฝากน้องสาว...มาถึงศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย 4 โมงเย็น เสียดายมาไม่ทันเวลา ศูนย์ปิดแล้ว แต่ รปภ. บอกว่าขับรถเข้าไปเที่ยวชมได้ พึ่งจะเคยเข้ามาครั้งแรก เนื้อที่กว้างขวางมาก มีโฮมสเตย์ ไว้บริการนักท่องเที่ยวหรือผู้มาติดต่อธุระในศูนย์ด้วย


 

 

 

 

 

        "ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย" ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งเกวียน ตำบลเวียงตาล อยู่ในความดูแลของอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) แต่เดิม ออป. เป็นศูนย์ฝึกลูกช้างซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 เป็นสถานที่เลี้ยงและฝึกลูกช้างเพื่อให้เชื่อฟังคำสั่งและมีความชำนาญในการทำไม้ขณะที่แม่ช้างไปทำงานในป่า และเนื่องจากมีนโยบายปิดป่าซึ่งทำให้ช้างต้องว่างงาน ศูนย์ฝึกลูกช้างจึงถูกปรับมาเป็นสถานที่ดูแลช้างแก่และเจ็บป่วย และที่นี่ยังเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลช้างด้วย ศูนย์อนุรักษ์ฯ อยู่ในความดูแลขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ใน พ.ศ. 2512 ออป.ได้จัดสถานที่เลี้ยงและฝึกลูกช้างให้เชื่อฟังคำสั่งและมีความชำนาญในการทำไม้ ที่บ้านปางหละ อำเภองาว แต่เนื่องจากมีนโยบายปิดป่าทำให้ช้างว่างงาน ศูนย์ฝึกลูกช้างจึงถูกเปลี่ยนมาเป็นสถานที่ดูแลช้างแก่และเจ็บป่วย ต่อมาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2535 ออป. ได้ก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยขึ้น และจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ได้แก่ การแสดงช้างซึ่งมี 3 รอบ เวลา 10.00 น. 11.00 น. และ 13.30 น. มีการอาบน้ำช้างก่อนเวลาแสดง คือ 09.45 น. ช้างแท็กซี่ หรือขี่ช้างชมธรรมชาติ ขี่ช้างท่องไพร มีทุกวัน เวลา 08.00-15.30 น. นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการได้หลายเส้นทาง 

 

 

         ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Tourism Awards) ประเภทรางวัลดีเด่นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ พ.ศ. 2541 ปัจจุบันศูนย์ฯ มีโครงการโรงเรียนฝึกควาญช้างเพื่อฝึกควาญหรือผู้ที่ประสงค์จะเป็นควาญให้สามารถดูแลช้างได้อย่างถูกต้อง มีชาวต่างชาติให้ความสนใจมาสมัครเป็นนักเรียนหลายคน และมีกิจกรรมโฮมสเตย์ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติเรียนรู้วิถีชีวิตที่ผูกพันระหว่างช้างกับคนเลี้ยงช้างอย่างใกล้ชิด มีการจัดนอกจากเรื่องท่องเที่ยวแล้วยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ พลังงานที่ใช้ภายในศูนย์ฯ เป็นพลังงานทดแทนในโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ มีก๊าซชีวภาพจากมูลช้างใช้ในการหุงต้ม และกระแสไฟฟ้าผลิตจากเซลล์แสงอาทิตย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        ถึงลำปาง 17.20 น เติมน้ำมันครั้งแรกตั้งแต่ออกจากกรุงเทพ  ตั้งใจคืนนี้ไปนอนบ้านแม่ที่พิจิตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านแพร่ อุตรดิดถ์ พิษณุโลก เส้นทางนี้จะผ่านป่าเขา สวยกว่าทางหลวงหมายเลข 1.... ออกจากปั๊มน้ำมันเกิดวิ่งผิดเส้นทาง ก็เลยต้องพึ่ง google mape กูเกิลก็หวังดีพยายามหาทางลัดให้ พาเข้าป่าไปไหนไม่รู้เปลี่ยววังเวง เสียเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะเจอถนนหลัก  ... คงไม่ได้ชื่นชมทิวทัศน์สองข้างทางแล้ว

        แสงโพล้เพล้จะลับยอดเขา อารมณ์และบรรยากาศเป็นใจ ...ต้องมาแล้ว เพลงพระราชนิพนธ์ H.M BLUES ชะตาชีวิต    " นกน้อยคล้อยบินมาเดียว คิดคิดมิวายกังวลให้หม่นฤทัยหมอง"

        โดยส่วนตัว ชอบเพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้มากที่สุด ...ฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๓๙ รวบรวมไว้ 12 บทเพลง...แสงเดือน,แก้วตาขวัญใจ,ยามเย็น,ในดวงใจนิรันดร์,อาทิตย์อับแสง,แว่ว,สายลม,ชะตาชีวิต,มหาจุฬาลงกรณ์,สายฝน,ไร้เดือน,ลมหนาว

        ต้องขอยกย่อง บ.เค เอส ซันส์กรู๊ป จำกัด ที่ทำโปรดักษ์นี้จนสำเร็จ ถือว่าเป็นงานระดับ Masterpiece เลยก็ว่าได้ ผลิตโดย Chesky Records 1996

        Standard Jazz ประกอบไปด้วยนักดนตรี 5 ชีวิต

              Piano- David Chesky

              Tenor and Alto Saxophone - Lewrence Feildman

              Guitar- Bill Washer

              Bass - David Pink

              Drum - Mark Walker

        จำได้แม่นยำเลยว่า ซื้อ CD แผ่นนี้ในงานโชว์เครื่องเสียง ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ เมื่อ 26 ปีที่แล้ว ยังได้จับมือ และรับลายเซ็นต์ที่ปกซีดี กับตัวเป็น ๆ David Chesky ...แต่น่าเสียดาย แผ่นนั้นถูกไฟใหม้ไปพร้อมร้านสวนเสียง เมื่อห้าปีที่ผ่านมา


        เหมือนจ้าวป่าเจ้าเขากลัวว่าอารมณ์จะไปไม่สุด ค่ำคืนอันมืดมิดเดียวดายกลางป่าเขา จอมอนิเตอร์ขื้นโชว์เตือนให้รีบติดต่อศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด...ขับรถอายุ 12 ปี ที่เปลี่ยวๆตอนกลางคืนมันตื่นเต้นเช่นนี้เอง ...

       โทรหาช่างประจำ บอกว่าไม่เป็นไร แค่เซ็นเซอร์เตือน ขับได้ถึงกรุงเทพสบายๆ

 

 

 

        เมื่อคืนนอนบ้านแม่หลับยาวอากาศดีมาก ปีนี้อากาศเย็นเป็นเดือน ไม่เจอแบบนี้มานานแล้ว


       บ้านเรือนดั้งเดิมในยุคก่อน จะเป็นบ้านหมู่ทรงไทยไม้สักทั้งหลัง หลังคามุงด้วยหญ้าคา ถึงฤดูฝน ก็รองน้ำฝนที่ไหลผ่านหญ้าคาเก็บใส่ตุ่มดินไว้ ต้องให้พอกินได้ตลอดทั้งปี หน้าบ้านจะติดแม่น้ำ เพราะการเดินทางไปไหนมาไหนต้องใช้เรือ แต่ปัจจุบันหน้าบ้านจะเป็นฝั่งถนน ด้านหลังบ้านเป็นแม่น้ำ...แม่น้ำนี้ก็คือแม่น้ำน่านสายเก่า ตำนาน พญาชาละวัน, ไกรทอง ,ตะเภาแก้ว,ตะเภาทอง นางศรีมาลาและเจ้าเมืองพิจิตร

 

 

        ตลอด 30 กว่าปี ทีได้ทำมาหากินในเมืองหลวง ก็จะเดินทางมาเยี่ยมบ้านอย่างน้อยๆ เดือนละหนึ่งครั้ง หลังๆ ก็ถี่หน่อย 2 ครั้งต่อเดือน  เส้นทางสายเหนือ กรุงเทพ พิจิตร จึงคุุ้นเคยเป็นอย่างดี เรียกว่าขับรถเหมือนไม่ได้ขับ เป็นไปตามอัตโนมัติ รู้ตรงไหนมีหลุมบ่อ ตรงไหนมีด่านตรวจ กม.ไหนมีกล้องตรวจจับความเร็ว และรู้ว่าจะแวะเติมน้ำมันหรือกินกาแฟที่ปั๊มไหนดี

     เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ขาเข้า ถ้าจะให้จัดอันดับปั๊มน้ำมัน ตามความอร่อยของกาแฟ ตามรสนิยมผมจะเป็นดังนี้

     อันดับ 1. ปั๊มเอสโซ่ ช่วงผ่านอุทัยธานี เป็นสถาณีบริการใหม่ พึ่งเปิดได้ 2 ปี มี Coffee house ชื่อ SUNSET ดูโปรเฟสชั่นแนล กาแฟอร่อย และราคาไม่แพงมาก ติดกัน มีผัดไทย กุ้งสด ร้านสปัน ฝากท้องได้เลยเวลาหิว

      อันดับ 2. ปั๊ม คาลเท็กซ์ อยู่ใกล้ๆกัน กาแฟ Munch coffee

      อันดับ 3. บางจาก ทั่วประเทศ กาแฟ Inthanin รสเข้มข้น พนักงานปั๊มบริการค่อนข้างดี

       อันดับ 4.ดีแค่อย่างเดียว ไปไหนก็เจอ แทบจะผูกขาด จะเป็นตัวเลือกสุดท้ายถ้าจำเป็นจริงๆ ...เหตุผลเพราะ ผู้ใช้บริการเยอะแออัด, ผนักงานปั๊มอื่นสุภาพกว่า,ต่อให้เติมน้ำมันกี่พันก็ไม่ได้แถมน้ำขวด ในขณะที่ปั๊มอื่นๆได้หมด และที่สำคัญรสชาติกาแฟ.....พอดีช่วงนี้รักษาสุขภาพซื้อน้ำเปล่ากินดีกว่า

 

 

 

 

 

 

         ปกติไม่ชอบกาแฟเย็น แต่ที่นี่อร่อย มาคนเดียวนานๆที กินทั้งร้อนทั้งเย็น 

      กลับถึงที่ทำงานโดยสวัสดิภาพ

      สรุป การเดินทางครั้งนี้ มีความสุข ได้สะสมแต้มประสบการณ์ชีวิต ได้พบมิตรสหายใหม่เพิ่มขื้นอีก 3 คน ได้ลิ้มรสชาติอาหารเมืองเหนือที่แสนอร่อย ได้พบเห็นความเปลี่ยนแปลงของผู้คนและสถานที่ตลอดสองข้างทาง ...ได้ทำงานสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง ซึ่งต้องกลับไปจบงานอีกครั้งเร็วๆนี้....และรอผู้สนับสนุนค่าเดินทางในครั้งต่อๆไป....

                                                                                                   ขอบคุณมากครับ

                                                                                                   นาย พิทักษ์ พยัพเดช

 

Visitors: 86,384